ความรู้เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ ตอนที่ 4

ความรู้เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ  

 
 

เอกสารฉบับนี้แปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษซึ่งเขียนโดยอัยการ เนรี ฆาเวียร์ โคลเมนาเรส (Neri Javier Colmenares) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์การจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศในประเทศฟิลิปปินส์ ต่อมาองค์กร FORUM- ASIA ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนสำคัญในเอเชียและเป็นองค์กรที่เป็นผู้ประสานงาน การเผยแพร่ความรู้เพื่อสนับสนุนการให้สัตยาบันธรรมนูญกรุงโรมเพื่อการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ
แปลโดยคุณสันติ อิศโรวธกุล ผู้ตรวจแก้ วิชัย ศรีรัตน์
 
  • 5.คดีอะไรบ้างที่อยู่ในอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศศาลอาญาระหว่างประเทศ จะพิจารณาคดีอาญาที่ร้ายแรงที่สุดที่กระทำลงโดยบุคคล เช่น การล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมที่เป็นการรุกราน ซึ่งอาชญากรรมเหล่านี้ล้วนแต่ระบุไว้ในธรรมนูญกรุงโรม และได้นิยามอาชญากรรมเหล่านั้นไว้อย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงความคลุมเครือและคำจำกัดความที่ขาดความชัดเจน แต่อาชญากรรมที่เป็นการรุกรานจะนำขึ้นสู่การพิจารณาในศาลอาญาระหว่างประเทศได้ เมื่อรัฐภาคีต่างๆ บรรลุข้อตกลงร่วมกันในเรื่องของคำจำกัดความและองค์ประกอบความผิดและภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ที่ศาลอาญาระหว่างประเทศจะใช้อำนาจของศาล

 

  • การล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide)
    การล้างเผ่าพันธุ์ คือ การกระทำใดๆที่มีเจตนามุ่งทำลายล้างกลุ่มบุคคลที่ประกอบขึ้นเป็นเชื้อชาติทั้งหมดหรือเฉพาะ (certain groups of people) ด้วยเจตนาเช่นนี้เอง ทำให้สามารถแยกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ออกจากการกระทำความผิดทางอาญาต่อมวลมนุษยชาติแบบอื่นๆ

ในข้อ 6 ของธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศบัญญัติการกระทำความผิด 5 ประเภทที่เป็นข้อห้ามที่ถ้ากระทำลงโดยมีเจตนาที่จะทำลายล้าง “ทั้งเผ่าพันธุ์หรือเพียงบางส่วน” ต่อประชาชาติ ชาติพันธุ์ เชื้อชาติ ผิวสี หรือกลุ่มผู้นับถือศาสนา อาจจะถือว่าเป็นการทำลายล้างเผ่าพันธุ์ได้ ถ้ากระทำดังต่อไปนี้

ฆ่าสมาชิกของกลุ่ม ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือจิตใจอย่างสาหัสต่อสมาชิกของกลุ่ม กระทำการใดๆ ต่อกลุ่มชน โดยจงใจให้มีผลกระทบต่อสภาพการดำรงชีวิตที่นำไปสู่การทำลายล้างทางกายภาพทั้งเผ่าพันธุ์หรือเพียงบางส่วน  การใช้มาตรการต่างๆ โดยมีเจตนาขัดขวางมิให้กำเนิดบุตรภายในกลุ่ม  ใช้กำลังบังคับให้เคลื่อนย้ายเด็กๆ ของกลุ่มชนไปยังอีกกลุ่มชนอื่น จงใจก่อให้เกิดสภาพที่เป็นเงื่อนไขต่อการดำรงชีวิตที่เล็งเห็นได้ว่าจะนำไปสู่การทำลายล้างทางกายภาพของกลุ่มทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

ในข้อ 25 (3) (ข) ของธรรมนูญศาล บัญญัติว่า ผู้ใดก็ตามที่เป็นผู้ออกคำสั่ง หรือให้ผู้อื่นดำเนินการ หรือก่อให้ผู้อื่นกระทำการที่เป็นการล้างเผ่าพันธุ์ ให้ถือว่ามีความผิดในการล้างเผ่าพันธุ์ด้วย ผู้ใดก็ตามที่กระทำการล้างเผ่าพันธุ์ จะถูกนำตัวขึ้นพิจารณาในศาลไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีตำแหน่งใด ข้อกฎหมายนี้หมายความว่า ไม่เพียงแต่พลทหารผู้ที่ลั่นไกปืนสังหารหรือเพื่อนในกองกำลังเดียวกันที่อาจจะมีความผิดทางอาญาได้ แต่ยังรวมถึงประมุขของรัฐหรือรัฐมนตรีของรัฐบาล ซึ่งเป็นผู้วางแผนและออกคำสั่งให้ผู้อื่นกระทำความผิด อาจกล่าวได้ว่าเขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศจะไม่ยกเว้นผู้กระทำความผิดดังกล่าวแม้ว่าจะเป็นประมุขของรัฐใดก็ตาม และการปฏิบัติตามคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายก็ไม่เป็นข้อแก้ตัวให้พ้นจากความผิดฐาน “ล้างเผ่าพันธุ์” ได้

………………………………………

 

เกี่ยวกับ teerayaut

จงทำความดี เพื่อวันข้างหน้า..
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ความรู้เรื่องกฎหมาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s