ความรู้เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ ตอนที่ 3

ความรู้เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ  

เอกสารฉบับนี้แปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษซึ่งเขียนโดยอัยการ เนรี ฆาเวียร์ โคลเมนาเรส (Neri Javier Colmenares) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์การจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศในประเทศฟิลิปปินส์ ต่อมาองค์กร FORUM- ASIA ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนสำคัญในเอเชียและเป็นองค์กรที่เป็นผู้ประสานงาน การเผยแพร่ความรู้เพื่อสนับสนุนการให้สัตยาบันธรรมนูญกรุงโรมเพื่อการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ

 แปลโดยคุณสันติ อิศโรวธกุล ผู้ตรวจแก้ วิชัย ศรีรัตน์

  

4.ศาลอาญาระหว่างประเทศจำเป็นอย่างไร

“เมื่อใดที่เกิดขัดแย้งกันด้วยกำลังอาวุธ ไม่เพียงแต่กองกำลังที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบโดยตรงเท่านั้นที่ต้องทุกข์ยากเดือดร้อนจากผลของการต่อสู้ย่อมนำมาซึ่งพฤติกรรมที่ละเมิดผู้อื่นอย่างเลี่ยงมิได้ “*

สงครามในบอสเนีย การเข่นฆ่าสังหารล้างเผ่าพันธ์ในรวันด้า เกิดขึ้น 50 ปีหลังจากกรณี “โฮโลคอสต์ (Holocaust)” (การสังหารล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวประมาณ 6 ล้านคนในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2) ล้วนแต่แสดงให้เห็นว่า ประชาคมโลกไม่สามารถหยุดยั้งการกระทำแบบอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ การล้างเผ่าพันธุ์ และการรุกรานได้ บรรดาขุนศึกและเผด็จการทั้งหลายยังคงวางแผนและกระทำการข่มขืนผู้คนจำนวนมาก ประหารชีวิตโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม (เช่น ยิงทิ้งหรือสังหารผู้คนโดยใช้อำนาจแบบศาลเตี้ย) และกระทำการอันละเมิดอย่างชัดแจ้งต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างรุนแรงและต่อสิทธิมนุษยชนยังคงเกิดขึ้น แต่ที่แทบจะไม่มีผู้กระทำความผิดร้ายแรงคนใดเลยที่ได้รับโทษทัณฑ์

สถิติแสดงว่า นับตั้งแต่เคยมีการพิจารณาคดีของศาลอาชญากรรมสงครามที่นูแรมเบิร์ก มีพลเรือนประมาณ 14 ล้านคนที่เสียชีวิตเนื่องจากสงคราม ในโลกยุคปัจจุบัน วิธีการสำคัญๆ ที่เราใช้ตอบโต้การกระทำที่โหดร้ายทารุณต่อมวลมนุษยชาติก็คือ การใช้มาตรการแซงชั่น (‘sanction’ หรือการบีบบังคับ) การห้ามติดต่อค้าขาย หรือการใช้กองกำลังปฏิบัติการทางทหารร่วมกัน แต่มาตรการต่างๆ เหล่านี้ มักจะทำให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับบาดเจ็บล้มตายหรือทุกข์ยากเดือดร้อนมากกว่าผู้กระทำความผิดได้รับโดยที่ผู้กระทำความผิดกลับได้รับความคุ้มครองปกป้องจากรัฐที่ตนเองสังกัดหรือยังอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่ทรงอำนาจอิทธิพลมากพอที่จะหลบเลี่ยงการพิจารณาโทษตามความผิดจากกระบวนการยุติธรรมภายในเขตแดนประเทศของตน

การจับตัวบุคคลที่ต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศจึงเป็นวิถีการเดียวที่ประชาคมโลกจะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพกับผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงที่ประชาคมโลกวิตกกังวล แนวทางนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมในปัจจุบันและในการป้องปรามบรรดาอาชญากรในอนาคตอีกด้วย ในประเทศที่ศาลสถิตยุติธรรมไม่อาจดำเนินการกับบรรดาผู้ละเมิดกฏหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ศาลอาญาระหว่างประเทศควรจะมีบทบาทแทนเพื่อดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ซึ่งศาลนี้เองที่น่าจะสามารถป้องปรามพวกเผด็จการให้ละจากการเข่นฆ่าสังหารพลเมืองในประเทศของตนเองในอนาคต

การดำรงรักษาสันติภาพระหว่างประเทศจะได้ประโยชน์อย่างยิ่งจากการสถาปนาศาลอาญาระหว่างประเทศ กองกำลังรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาติบางครั้งก็สามารถสกัดหรือยับยั้งการสังหารหมู่ได้ โดยการเข้าไปขัดขวางคู่ของสงคราม อย่างไรก็ตาม ก็เป็นที่ประจักษ์กันอยู่แล้วจากกรณีร้ายแรงมากมายที่เกิดขึ้นในโซมาเลีย บอสเนีย รวันดา เฮติ และประเทศอื่นๆ ที่ความเกลียดชังระหว่างชนในชาติเดียวกันเป็นเชื้อเพลิงที่โหมไฟแห่งการต่อสู้ การเข่นฆ่าสังหารหมู่ ซึ่งไม่อาจดับมอดไปได้โดยทันทีที่กองกำลังติดอาวุธของทั้งสองหยุดยิงแล้วก็ตาม บางแห่งยังมีความรุนแรงดำรงอยู่ต่อไปตราบใดที่ประชาชนที่เกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ ส่วนเสียยังรู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม

ในทวีปเอเชียนั้น เคยประสบกับความโหดร้ายทารุณมามากมายจากการทำศึกสงครามนับครั้งไม่ถ้วนและจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนของระบอบเผด็จการมามาก แม้ว่าจะมีผู้คนล้มตายจำนวนมหาศาลและเกิดกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางในภูมิภาคนี้ แต่มีผู้ที่เป็นฝ่ายในสงครามสู้รบเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ถูกดำเนินคดี และที่ถูกพิพากษาว่ามีความผิดฐานละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศยิ่งมีอยู่น้อยรายกว่าหลายเท่า นอกจากนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีความคืบหน้าอย่างจริงจังในการดำเนินคดีกับผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรม แม้ว่าจะมีรายงานว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงกว้างขวางในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา และติมอร์ตะวันออก เช่นเดียวกับผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการเข่นฆ่าสังหารหมู่ในทุ่งสังหารในกัมพูชาก็ยังไม่ได้รับโทษทัณฑ์จนกระทั่งทุกวันนี้ การสถาปนาศาลอาญาระหว่างประเทศ จึงไม่เพียงแต่จะเป็นเวทีเรียกร้องขอความยุติธรรมสำหรับเหยื่อที่ถูกละเมิด แต่ยังสามารถเป็นมาตรการป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดทางอาญาลอยนวลอีกต่อไป

นอกจากนี้แล้ว ศาลอาญาระหว่างประเทศยังเป็นการแสดงออกที่แจ่มชัดที่สุดของพัฒนาการของกฎหมายมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ การที่รัฐภาคีต่างๆ ในทวีปเอเชียได้ให้สัตยาบันต่อการสถาปนาศาลอาญาระหว่างประเทศ จะส่งผลให้เกิดการผลักดันให้มีการยอมรับและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้นและช่วยให้จิตสำนึกในเรื่องนี้หยั่งรากลึกยิ่งขึ้นอีกด้วย ทั้งในระบบกฎหมายภายในแต่ละประเทศและระบบตุลาการของรัฐภาคีเหล่านั้นด้วย ซึ่งคงจะมีผลกระทบอย่างมากต่อการขจัดระบบต่างๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

การสถาปนาศาลอาญาระหว่างประเทศเพียงมาตรการเดียว จะมีน้ำหนักมากต่อ สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเอเชีย แต่การให้สัตยาบันของรัฐบาลต่างๆ ในเอเชีย (เช่นเดียวกับประเทศฟิลิปปินส์) คงจะช่วยส่งเสริมให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศฉบับต่างๆ ที่ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศมากขึ้น

                                                             

 

เกี่ยวกับ teerayaut

จงทำความดี เพื่อวันข้างหน้า..
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ความรู้เรื่องกฎหมาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s