ความรู้เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ ตอนที่ 7

ความรู้เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ  

 

เอกสารฉบับนี้แปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษซึ่งเขียนโดยอัยการ เนรี ฆาเวียร์ โคลเมนาเรส (Neri Javier Colmenares) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์การจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศในประเทศฟิลิปปินส์ ต่อมาองค์กร FORUM- ASIA ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนสำคัญในเอเชียและเป็นองค์กรที่เป็นผู้ประสานงาน การเผยแพร่ความรู้เพื่อสนับสนุนการให้สัตยาบันธรรมนูญกรุงโรมเพื่อการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ

แปลโดยคุณสันติ อิศโรวธกุลผู้ตรวจแก้ วิชัย ศรีรัตน์

·       กรณีขัดแย้งภายในประเทศ


ในกรณีที่เกิดความขัดแย้งถึงขั้นต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธที่มิได้มีลักษณะของความขัดแย้งระหว่างประเทศ ศาลอาญาระหว่างประเทศ มีอำนาจศาลพิจารณาความผิดที่เป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงตามมาตรา 3 ที่มีบัญญัติเหมือนกันในอนุสัญญาเจนีวาทั้ง 4 ฉบับ ที่ว่าด้วยการกระทำความผิดต่อบุคคล “ที่มิได้เข้าร่วมหรือมีส่วนอย่างจริงจังในความเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน” ดังต่อไปนี้ :
การกระทำรุนแรงต่อชีวิตและการฆ่า การตัดเฉือนชิ้นส่วนหรืออวัยวะของร่างกาย การปฏิบัติอย่างโหดร้ายและการทำทารุณกรรม การกระทำที่เหยียดหยามศักดิ์ศรีของบุคคล โดยเฉพาะการกระทำที่ให้บุคคลอื่นอับอาย ถูกดูถูกเหยียดหยาม ถูกทำลายคุณค่าของความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรงมาก
จับบุคคลอื่นเป็นตัวประกัน
การลงโทษหรือประหารชีวิตโดยปราศจากการดำเนินการพิจารณาคดีโดยศาล ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามปกติเพื่อเป็นการให้หลักประกันด้านยุติธรรม ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นสิ่งที่ขาดมิได้  นอกจากนี้แล้ว ศาลอาญาระหว่างประเทศ ยังมีอำนาจพิจารณาคดีที่เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมที่ร้ายแรงอื่นๆ ตามพิธีสารฉบับที่ 2 ของอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งรวมทั้งกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้
การสั่งให้โจมตีโดยเจตนาต่อประชากรที่เป็นพลเรือนโดยรวม หรือต่อพลเรือนเป็นรายบุคคล ซึ่งไมีส่วนร่วมโดยตรงในเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน
การสั่งให้โจมตีโดยเจตนาต่ออาคารบ้านเรือน วัสดุสิ่งของ หน่วยแพทย์หรือพยาบาล ยานพาหนะหรือบุคลากรที่ใช้ตราเครื่องหมายเฉพาะต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาเจนีวา (เช่น ตราเครื่องหมายของกาชาด หรือวงเดือนแดง)
การสั่งให้โจมตีโดยเจตนาต่อบุคลากรหรือยานพาหนะที่ใช้ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหรือในภารกิจการรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติ
การสั่งให้โจมตีโดยเจตนาต่ออาคาร สิ่งก่อสร้างทางศาสนา การศึกษา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ หรือเพื่อการกุศลอื่นใด สถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โรงพยาบาล และสถานที่อื่นๆ ที่เป็นใช้เป็นรวมของผู้ที่เจ็บป่วยหรือผู้ที่บาดเจ็บ โดยที่สถานดังกล่าวข้างต้นมิได้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหารแต่อย่างใด  การปล้นสดมภ์เมืองหรือสถานที่ต่างๆ แม้ว่าจะกระทำขณะเข้าโจมตีก็ตาม  การข่มขืนกระทำชำเรา บังคับให้เป็นทาสทางเพศ บังคับให้เป็นโสเภณี บังคับให้ตั้งครรภ์ บังคับให้ทำหมัน และการกระทำรุนแรงทางเพศด้วยรูปแบบวิธีการอื่นๆ  บังคับหรือเกณฑ์เด็กอายุต่ำกว่า 15 เป็นเข้าร่วมในกองกำลังติดอาวุธ หรือ กลุ่มติดอาวุธ หรือ ใช้ให้เด็กๆ เข้าร่วมอย่างแท้จริงในกรณีขัดแย้งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน  การสั่งให้โยกย้ายประชาชนที่เป็นพลเรือน ด้วยเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับกรณีขัดแย้งที่ขาดความชอบธรรม เว้นแต่กรณีที่ทำเพื่อความปลอดภัยของพลเรือนหรือเหตุผลทางด้านความจำเป็นทางทหารบังคับ  การฆ่าหรือทำให้พลรบฝ่ายปรปักษ์ได้รับบาดเจ็บอย่างโหดเหี้ยมทารุณ  การประกาศว่าจะไม่ไว้ชีวิตแก่ฝ่ายที่เป็นอริศัตรูหรือฝ่ายตรงข้าม แม้ว่าจะยอมจำนนหรือยอมแพ้แล้วก็ตาม
การทำให้บุคคลของฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ภายใต้อำนาจของตนถูกตัดเฉือนอวัยวะหรือชิ้นส่วนใด ๆ ของร่างกาย หรือใช้เป็นเครื่องทดลองทางการแพทย์หรือทางวิทยาศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นการค้นคว้าทดลองประเภทใดก็ตาม ที่ขาดความชอบธรรมทางการแพทย์ ทางทันตกรรมหรือทางการรักษาพยาบาล อันจะนำไปสู่อันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพหรือการตายของบุคคลนั้น
การทำลายหรือยึดทรัพย์สินของฝ่ายตรงกันข้าม นอกเสียจากว่า การทำลายหรือการยึดครองทรัพย์สินดังกล่าวเป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงมิได้ในกรณีขัดแย้ง

 

อาชญากรรมที่เป็นการรุกราน (Crime of Aggression)

 
ประเด็นปัญหาที่ว่าอะไรคือองค์ประกอบของการรุกราน (aggression) ยังคงต้องอภิปรายต่อไปในระหว่างรัฐภาคีผู้ลงนามการสถาปนาศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยในบริบทของกฎหมายระหว่างประเทศ แนวความคิดของการรุกรานได้ค่อย ๆ ก่อรูปกาความคิดขึ้นอย่างช้าๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหารโดยสหรัฐอเมริกา นิคารากัว คอสตาริกา และเอลซาลวาดอร์
ทั้งนี้มีบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ที่ได้ออกเสียงคัดค้านการบัญญัติอาชญากรรมรุกรานไว้ในธรรมนูญกรุงโรม โดยเกรงว่าจะเป็นการเปิดโปงบรรดาผู้บัญชาการทหารที่ปฏิบัติทางการทหารในประเทศอื่นๆ ศาลอาญาระหว่างประเทศจะมีอำนาจพิจารณาความผิดและการลงโทษผู้ที่กระทำการละเมิดในกรณีที่เป็นอาชญากรรม รุกรานได้ก็ต่อเมื่อรัฐภาคีได้เห็นชอบร่วมกันในคำนิยามและองค์ประกอบความผิดที่ใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาความผิดฐานอาชญากรรมที่เป็นการรุกราน
 
6.ศาลอาญาระหว่างประเทศมีเขตอำนาจศาลเพียงใด

ศาลอาญาระหว่างประเทศ จะเริ่มมีอำนาจพิจารณาคดีที่เป็นการกระทำความผิดภายหลังจากที่ธรรมนูญกรุงโรมมีผลบังคับใช้ เนื่องจากว่าธรรมนูญกรุงโรมไม่มีผลบังคับใช้ย้อนหลัง ดังนั้น หากพิจารณาในเชิงทฤษฎีแล้ว อาชญากรรมที่กระทำขึ้นภายใต้ระบอบของประธานาธิบดีมาร์กอสและซูฮาร์โต้ จึงไม่อาจจะดำเนินการเพื่อเอาผู้กระทำความผิดมาพิจารณาโทษได้ภายใต้ธรรมนูญกรุงโรม
ในกรณีที่อาชญากรรมหรือคำร้องทุกข์ได้ที่ส่งมาให้พิจารณาโดยรัฐภาคีใดอยู่หรือโดยริเริ่มดำเนินการโดยอัยการ ศาลอาญาระหว่างประเทศก็อาจจะรับคดีไว้พิจารณาได้ หากว่ามีรัฐใดรัฐหนึ่งดังต่อไปนี้ เป็นภาคีของธรรมนูญศาลหรือได้ประกาศยอมรับอำนาจศาล คือ
1. รัฐที่มีการกล่าวหาว่าได้มีการกระทำอาชญากรรมขึ้นดินแดนของตน
2. รัฐที่บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำอาชญากรรมมีสัญชาติ
ส่วนรัฐประเทศอื่นๆ ที่ยังมิได้ลงนามหรือให้สัตยาบันในธรรมนูญกรุงโรม ซึ่งถึงแม้ว่าจะมิได้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศก็ตาม อาจจะยอมรับขอบเขตอำนาจหน้าที่ของศาลอาญาระหว่างประเทศ และให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามธรรมนูญกรุงโรมได้

 

 

  

 

 

 

เกี่ยวกับ teerayaut

จงทำความดี เพื่อวันข้างหน้า..
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ความรู้เรื่องกฎหมาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s