ความรู้เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ ตอนที่ 6

ความรู้เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ  

 

เอกสารฉบับนี้แปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษซึ่งเขียนโดยอัยการ เนรี ฆาเวียร์ โคลเมนาเรส (Neri Javier Colmenares) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์การจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศในประเทศฟิลิปปินส์ ต่อมาองค์กร FORUM- ASIA ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนสำคัญในเอเชียและเป็นองค์กรที่เป็นผู้ประสานงาน การเผยแพร่ความรู้เพื่อสนับสนุนการให้สัตยาบันธรรมนูญกรุงโรมเพื่อการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ

แปลโดยคุณสันติ อิศโรวธกุล ผู้ตรวจแก้ วิชัย ศรีรัตน์

  

อาชญากรรมสงคราม ( War Crime)
อาชญากรรมสงคราม ถือว่าเป็นความผิดที่ศาลภายในของชาติต่าง ๆ มีอำนาจพิจารณาโทษได้ นับตั้งแต่สมัยกลางของยุโรปแล้ว ต่อมาในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1900 ได้มีสนธิสัญญาเกี่ยวกับมนุษยธรรมระหว่างประเทศหลายฉบับพัฒนาขึ้น ที่รู้จักกันแพร่หลายก็คือ อนุสัญญากรุงเฮก ฉบับที่ 4 ค.ศ.1907 (พ.ศ.2450) และระเบียบขั้นตอนสำหรับดำเนินการ รวมทั้ง อนุสัญญากรุงเจนีวา 4 ฉบับ ในปี ค.ศ.1949 (พ.ศ.2492) และพิธีสารที่เกี่ยวข้อง
ในข้อ 8 ของธรรมนูญกรุงโรมนั้น ให้อำนาจแก่ศาลอาญาระหว่างประเทศ ในการพิจารณาคดีอาชญากรรมสงคราม ทั้งที่เป็นการกระทำความผิดในระหว่างที่เกิดกรณีขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งความขัดแย้งเหล่านี้ได้รับรองโดยสนธิสัญญาระหว่างประเทศ และกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ นอกจากนี้แล้วธรรมนูญ กรุงโรมยังได้ยืนยันถึงพัฒนาการในระยะหลังของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยอำนาจแก่ศาลอาญาระหว่างประเทศพิจารณาคดีที่อาชญากรรมสงครามที่ได้กระทำลงในกรณีขัดแย้งภายในประเทศโดยอาวุธ เช่น กรณีของสงครามกลางเมือง ซึ่งในยุคปัจจุบันเป็นกรณีขัดแย้งที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด อาชญากรรมสมครามต่างกับอาชญากรรมต่อมนุษยชาติตรงที่อาชญากรรมสงครามเป็นการกระทำความผิดเป็นกรณีๆ แบบกรณีเดี่ยวๆ หรือเกิดขึ้นเป็นความผิดเอกเทศ หรืออาจจะเกิดขึ้นกระจัดกระจายอย่างไม่สัมพันธ์ต่อเนื่องกันก็ได้ ไม่มีข้อกำหนดว่าจะต้องเป็นการกระทำความผิดที่มีขอบข่ายกว้างขวางหรือเป็นระบบดังเช่นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ  อาชญากรรมสงครามอาจจำแนกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ
ประเภทแรก: ศาลอาญาระหว่างประเทศ มีอำนาจพิจารณาคดีที่บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าได้ละเมิดอย่างร้ายแรงต่อบทบัญญัติของอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ.1949 (พ.ศ.2492) ฉบับใดฉบับหนึ่ง ซึ่งมี 4 ฉบับ รวมทั้งเจตนากระทำความผิดต่อผู้ที่ได้รับความคุ้มครองจากอนุสัญญาดังกล่าว เช่น ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ลูกเรือที่เรืออับปาง เชลยศึก พลเรือนที่อยู่ในเขตหรือ ดินแดนที่ถูกยึดครอง ดังต่อไปนี้
การฆ่าโดยเจตนา
การทรมานหรือปฏิบัติต่อบุคคลอย่างโหดร้ายทารุณผิดมนุษย์ รวมทั้งการใช้มนุษย์เป็นหนูทดลองทางชีววิทยา การกระทำโดยเจตนาให้บุคคลอื่นได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส หรือได้รับบาดเจ็บอย่างร้ายแรงต่อทั้งร่างกายและสุขภาพอนามัย  การทำลายล้างอย่างกว้างขวางและการยึดทรัพย์สินโดยไม่ชอบธรรม เมื่อพิจารณาจากความจำเป็นทางการทหาร• การบีบบังคับให้เชลยสึกหรือบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากอนุสัญญา เจนีวา ให้ปฏิบัติการหรือร่วมรบในกองกำลังติดอาวุธของฝ่ายที่เป็นอริกัน การกระทำโดยเจตนาเพื่อมิให้บุคคลที่ได้ความคุ้มครองจากอนุสัญญาเจนีวา ได้รับการพิจารณาความผิดในศาลอย่างเที่ยงธรรม  การเนรเทศและควบคุมกักขังบุคคลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
การจับบุคคลอื่นเป็นตัวประกัน
ประเภทที่สอง: ศาลอาญาระหว่างประเทศ มีอำนาจศาลพิจารณาคดีที่เป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อกฎหมายหรือจารีตประเพณีที่ใช้บังคับในความขัดแย้งระหว่างประเทศภายใต้กรอบที่ได้รับการยอมรับแล้วในกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งกรณีที่เป็นการละเมิดกฎเกณฑ์แห่งกรุงเฮกที่ไดั้รบการรับรอง และในพิธีสาร ฉบับที่ 1 ของอนุสัญญาเจนีวาฉบับต่างๆ และกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ รวมทั้งข้อห้ามในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้
การโจมตีพลเรือน เช่น วัตถุสิ่งของของพลเรือน คณะผู้ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รักษาสันติภาพ  ห้ามการโจมตี โดยรู้ว่าจะทำให้พลเรือนต้องสูญเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ หรือทำความเสียหายแก่วัตถุสิ่งของของพลเรือน หรือทำความเสียหายอย่างหนักแก่สิ่งแวดล้อม ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการโจมตีทำลายโดยเกินกว่าเหตุ แม้จะคาดว่าน่าจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างเป็นรูปธรรมและโดยตรงทางการทหาร  ห้ามโจมตีอาคารสิ่งปลูกสร้าง วัสดุอุปกรณ์ หน่วยเสนารักษ์ บุคลากรที่ทำการขนส่งที่ใช้เครื่องหมายสัญลักษณ์ขององค์การกาชาดหรือองค์การวงเดือนแดง
การโจมตีอาคารสิ่งปลูกสร้างที่อุทิศให้แก่ศาสนา การศึกษา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ หรืออื่นๆ ที่ประสงค์ให้เป็นการกุศล อนุสรณ์สถานทาง ประวัติศาสตร์ โรงพยาบาล ตราบใดที่มิใช่เป้าหมายทางการทหาร
การทำร้ายบุคคลที่ไม่มีทางป้องกันตนเอง เช่น การสังหารหรือการทำให้ทหารที่จำนนแล้วบาดเจ็บ การตัดชิ้นส่วนหรืออวัยวะของร่างกาย หรือ การใช้ทหารที่ยอมจำนนแล้วทดลองทางการแพทย์หรือทาง วิทยาศาสตร์ ซึ่งขาดความชอบธรรมในทางการแพทย์ หรือมิได้ทำเพื่อประโยชน์ของบุคคลนั้นๆ ซึ่งเป็นการทำให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพอนามัยของบุคคลนั้น
การละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคล และการปฏิบัติใดๆ ที่เป็นการดูถูกเหยียดหยามและทำลายคุณค่าของบุคคล  การข่มขืนหรือการใช้ความรุนแรงทางเพศด้วยรูปแบบอื่นๆ และการใช้มนุษย์เป็นเกราะกำบังที่มีชีวิต การทำสงครามด้วยรูปแบบวิธีการที่ต้องห้าม เช่น ใช้ธงสัญลักษณ์หยุดยิงอย่างไม่ถูกต้องตามกติกา ใช้เครื่องหมายขององค์การสหประชาชาติหรือของฝ่ายศัตรู หรือใช้ตราเครื่องหมายขององค์การกาชาดหรือขององค์การวงเดือนแดง
การประกาศว่าจะไม่มีการไว้ชีวิต การปล้นสดมภ์ ชิงทรัพย์หรือยึดทรัพย์สินสิ่งของเครื่องใช้ หรือทำลายทรัพย์สมบัติของศัตรู นอกจากจะเป็นความจำเป็นทางการทหารเท่านั้น  การใช้อาวุธต้องห้าม เช่น สารพิษ ก๊าซบางชนิด กระสุนปืนชนิดที่ขยายตัวเมื่อเจาะทะลวงเป้า และอาวุธต้องห้ามชนิดอื่นๆ ที่ระบุเพิ่มเติมในธรรมนูญกรุงโรมโดยการแก้ไขเพิ่มเติม การจงใจใช้ความอดอยากของพลเรือนเป็นเครื่องมือในการทำสงคราม การบังคับหรือเกณฑ์เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าในกองกำลังติดอาวุธของชาติ หรือการใช้เด็กให้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการต่อสู้ระหว่างฝ่ายที่เป็นศัตรูต่อกัน ห้ามกระทำการบางอย่างในพื้นที่หรือดินแดนที่ถูกยึดครอง รวมทั้งการเคลื่อนย้ายพลเรือนส่วนหนึ่งส่วนใดของประชากรในพื้นที่หรือดินแดนที่ถูกยึดครองโดยอยู่ยึดครอง หรือ เนรเทศหรือเคลื่อนย้ายประชากรทั้งหมดหรือบางส่วนของพื้นที่หรือดินแดนที่ถูดยึดครอง หรือยกเลิกหรือระงับการใช้สิทธิทางกฎหมายของบุคคลที่ถือสัญชาติของฝ่ายศัตรู

 

 

 

 

 

เกี่ยวกับ teerayaut

จงทำความดี เพื่อวันข้างหน้า..
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ความรู้เรื่องกฎหมาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s