ความรู้เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ ตอนจบ

ความรู้เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ   

 

เอกสารฉบับนี้แปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษซึ่งเขียนโดยอัยการ เนรี ฆาเวียร์ โคลเมนาเรส (Neri Javier Colmenares) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์การจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศในประเทศฟิลิปปินส์ ต่อมาองค์กร FORUM- ASIA ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนสำคัญในเอเชียและเป็นองค์กรที่เป็นผู้ประสานงาน การเผยแพร่ความรู้เพื่อสนับสนุนการให้สัตยาบันธรรมนูญกรุงโรมเพื่อการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ  

 แปลโดยคุณสันติ อิศโรวุธกุล ผู้ตรวจแก้ วิชัย ศรีรัตน์

      7.รัฐภาคีมีพันธกรณีอย่างไรภายใต้ธรรมนูญกรุงโรม 

รัฐภาคีต่างๆ มีพันธกรณีขั้นพื้นฐานอยู่ 2 ประการ คือ เสริมอำนาจการดำเนินงานของศาล รัฐภาคีมีความรับผิดชอบในชั้นต้นที่จะนำตัวผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อนุษยชาติ และอาชญากรรมสงครามพิจารณาคดีในศาล และยังถือว่า “เป็นหน้าที่ของทุกรัฐภาคีที่จะต้องใช้อำนาจศาลคดีอาญาพิจารณาคดีผู้ที่รับผิดชอบต่อการกระทำที่เป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศ”
ทั้งนี้ ข้อ 1 ของธรรมนูญกรุงโรม ระบุว่าศาลอาญาระหว่างประเทศ จะเป็นศาลที่เสริมการดำเนินการของการใช้อำนาจศาลคดีอาญาของศาลภายในประเทศ ซึ่งหมายความว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศจะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อรัฐภาคีที่มีอำนาจศาลเหนือผู้ที่ถูก กล่าวหาไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ หรือเป็นผู้ที่มีสัญชาตินั้น ไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะดำเนินคดีกับคดีอาชญากรรมดังกล่าวข้างต้น
ด้วยเหตุนี้ รัฐภาคีจึงต้องออกกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายภายในที่มีบทบัญญัติว่า การ อาชญากรรมใดๆ ที่ถือว่าเป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศ เป็นอาชญากรรมของประเทศตนด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกระทำความผิดที่ใด ไม่ว่า ผู้ใดจะเป็นผู้กระทำความผิดก็ตาม หรือใครจะเป็นเหยื่อของการกระทำความผิดก็ตาม ต่อเมื่อรัฐภาคีมิอาจหรือไม่เต็มใจที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดแล้วศาลอาญาระหว่างประเทศ จึงจะมีขอบเขตอำนาจหน้าที่เหนือผู้ที่ถูกกล่าวหา
การให้ความร่วมมืออย่างเต็มความสามารถ ทันทีที่ศาลอาญาระหว่างประเทศได้วินิจฉัยแล้วว่า ศาลฯ เองมีขอบเขตอำนาจตามหลักการแห่งการเสริมการดำเนินคดี รัฐภาคีได้ตกลงภายใต้มาตรา 86 ของธรรมนูญกรุงโรม ว่าจะ “ต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับศาลอาญาระหว่างประเทศในการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีภายใต้ขอบเขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศ” ดังนั้น รัฐภาคีต่างๆ ควรจะต้องดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่า ศาลและสถาบันต่าง ๆ ของรัฐภาคีจะให้ความร่วมมืออย่าง เต็มที่ในการค้นหาหรือเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐาน การบ่งชี้หรือระบุและยึดทรัพย์สินของผู้ที่ถูกกล่าวหาในการตรวจค้นและการยึดหลักฐานต่างๆ การบ่งชี้หรือระบุและคุ้มครองพยานและการส่งมอบตัวบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อให้ฝ่ายอัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศและทนายของผู้ถูกกล่าวหาสามารถทำการสืบสวนสอบสวนได้อยางทรงประสิทธิภาพในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน นอกจากนั้น รัฐภาคียังต้องให้ความร่วมมือกับศาลอาญาระหว่างประเทศในการบังคับดคีตามคำพิพากษา โดยการเตรียมสถานที่ไว้สำหรับจองจำให้พร้อมสำหรับบุคคลที่ถูกพิพากษาว่าได้กระทำความผิดตามฟ้อง

  

8.ศาลอาญาระหว่างประเทศยึดหลักการใด 
 
ศาลอาญาระหว่างประเทศ ยึดหลักการต่างๆ ของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายอาญา ดังต่อไปนี้
การไม่ใช้กฎหมายย้อนหล้ง ศาลอาญาระหว่างประเทศ จะพิจารณาความคิดทางอาญาที่กระทำขึ้นหลังจากการประกาศใช้ธรรมนูญกรุงโรมเท่านั้น ซึ่งหมายความว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศไม่สามารถพิจารณาคดีอาชญากรรมต่างๆ ที่ก่อขึ้นภายใต้ระบอบการปกครองของมาร์กอส เป็นต้น
การไม่ปล่อยให้คนผิดลอยนวล ศาลอาญาระหว่างประเทศ ไม่ยอมรับกฎหมายต่างๆ ที่จำกัดความรับผิดหรือมีข้อยกเว้นที่ปล่อยให้ผู้ที่กระทำความผิดลอยนวลได้ กล่าวคือ ไม่ยอมรับการนิรโทษกรรม การอภัยโทษ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐมีสิทธิลอยนวล หรือมาตรการอื่นๆ ใดที่ทำให้ คนผิดลอยนวล  การพิจารณาความผิดของศาลจะต้องมีความเที่ยงธรรม โดยต้องดำเนินการขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม  การไม่ลงโทษประหารชีวิต แต่ศาลอาจจะสั่งให้จ่ายค่าชดเชย หรือค่าเสียหายหรือซ่อมแซม ปฏิสังขรณ์ หรือฟื้นฟูเยียวยารักษาให้แก่เหยื่อ  การคุ้มครอง แก่เหยื่อหรือผู้ที่เป็นพยาน
 
9.คดีขึ้นสู่ศาลได้อย่างไร
 
โดยคำนึงถึงหลักอำนาจเสริมในการดำเนินคดี ศาลอาญาระหว่างประเทศอาจจะริเริ่มดำเนินคดีได้ 3 วิธีด้วยกัน
วิธีแรก เมื่อรัฐภาคีใดเห็นว่ามีการกระทำความผิดทางอาญาที่อยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศตามมาตรา 13 และมาตรา 14 รัฐภาคีนั้น อาจจะเสนอ “สถานการณ์” ต่ออัยการ
วิธีที่สอง คณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอาจจะเสนอ “สถานการณ์” ต่ออัยการ ตามมาตรา 13 (ข)
วิธีที่สาม อัยการอาจจะเป็นฝ่ายริเริ่มไต่สวนได้โดยตนเอง หรือการใช้พิจารณาญาณของตนเอง โดยอาศัยข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งที่เชื่อถือได้ว่าได้มีการกระทำความผิดทางอาญาเกิดขึ้น (ตามมาตรา 13 และมาตรา 15) ด้วยเหตุนี้บุคคลธรรมดาหรือองค์กรพัฒนาเอกชนใดก็ได้อาจจะยื่น “เรื่องราวร้องทุกข์” กับอัยการ ซึ่งเมื่อได้รับเรื่องดังกล่าวแล้ว อาจจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนก็ได้
หลังจากนั้น อัยการก็จะขออำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศให้ออกหมายจับจากองค์คณะไต่สวนมูลฟ้องของศาล เพื่อทำการจับกุมหรือรับการมอบตัวของผู้ต้องหา ซึ่งถ้าหากศาลอาญาระหว่างประเทศเห็นชอบด้วยก็จะออกหมายจับ
ศาลอาญาระหว่างประเทศยอมรับและให้หลักประกันพื้นฐานทุกประการแก่ผู้ต้อหาที่พึงได้รับการพิจารณาความผิดอย่างเที่ยงธรรมตามที่ยอมรับโดยกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น สิทธิที่จะปฏิเสธไม่เบิกความหรือให้ปากคำปรักปรำตนเอง สิทธิที่จะมีทนายแก้ต่าง สิทธิที่จะปลอดจากการถูกบังคับขู่เข็นหรือบีบคั้นหรือบีบบังคับทางโอ้มโดยใช้ผู้อื่นเป็นเครื่องมือบีบบังคับหรือข่มขู่ผู้อื่นเพื่อให้ยอมกระทำการใดๆ ที่ไม่เต็มใจ ทั้งนี้ ธรรมนูญกรุงโรมไม่ยอมรับบทลงโทษด้วยการประหารชีวิต
 

 

·           ·          

เกี่ยวกับ teerayaut

จงทำความดี เพื่อวันข้างหน้า..
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ความรู้เรื่องกฎหมาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ ความรู้เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ ตอนจบ

  1. teerayaut พูดว่า:

    ผมได้เอกสารสารมาตอนทำรายงานในวิชากฎหมาย คดีเมือง เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้งเห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาอัพขึ้นบล็อดของผม ซึ่งตอนแรกไม่ทราบว่าใครเป็นผู้แปล แต่เมื่อได้รับคำชี้แจงแล้วจากท่าน ผมเลยแก้ไขข้อมูล โดยบอกผู้แปลและผู้ตรวจแก้ ในทันที่ ขอบคุณครับ หวังว่าบล็อดของผมคงมีประโยชน์ต่อผู้สนใจเข้าหาข้อมูลต่อไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s