เรือดำน้ำยุคสงครามโลก ครั้งที่ 2 ที่เกาะโลชิน

USS LAGRARTO (SS-371)

 กองทัพเรือพบเรือดำน้ำยุคสงครามโลก ครั้งที่ 2 ที่เกาะโลชิน  กองทัพเรืออเมริกา ร่วมฝึก การัต 2006 กับ กองทัพเรือไทย เป็นปลื้ม ค้นพบเรือดำน้ำอเมริกันจมทะเลไทย ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เจอญี่ปุ่นถล่มจมใต้ทะเลพร้อมลูกเรือ 86 คน 

วันนี้( 18 มิ.ย. 49) หลังจากที่ เรือรบของกองกำลังฝึกของทหารอเมริกา ชื่อ USS SALVOR (ARS-52) ที่ได้เดินทางมาในประเทศไทยเพื่อทำการฝึกร่วม การัต 2006 กับ กองทัพเรือไทย โดยกองทัพเรือได้มอบหมายให้ กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ โดย พลเรือตรี สุรศักดิ์  หรุ่นเริงรมย์  ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 2 เป็นเจ้าภาพการฝึก ซึ่งก่อนเปิดการฝึกและขณะเดินทางเข้าประเทศไทยได้แวะปฎิบัติการค้นหาเรือดำน้ำชื่อ USS LAGRARTO (SS-371)

USS SALVOR (ARS-52)

โดยกองทัพเรือได้สั่งการให้ เรือเอก สมภพ  ราศรี  นายทหารปฏิบัติการใต้น้ำประสานการปฏิบัติจาก กรมสรรพาวุธทหารเรือ เดินทางร่วมกับเรือสังเกตการณ์ปฏิบัติดังกล่าว ซึ่งเป้าหมายเรือลำดังกล่าวจมอยู่ใน พิกัดห่างจากจังหวัดสงขลา ประมาณ 100 ไมล์ทะเล พิกัดแลตติจูดที่ 7 องศา 51.9 ลิปดาเหนือ ลองติจูดที่ 102 องศา 2.7 ลิบดาตะวันออก ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2549 จนถึงวันที่ 16 มิ.ย.49 และได้พิสูจน์ทราบแน่ชัดแล้วว่าเรือดำน้ำที่พบเป็นเรือดำน้ำที่ได้จมหายไปตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมกับลูกเรืออีก 86 นายจริง

ซึ่งในวันนี้เรือลำดังกล่าวได้เดินทางเข้าเทียบ ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมกับข่าวดีที่แพร่สะพัดออกมาในวงกว้างว่า ภารกิจการค้นหาเรือดำน้ำที่จมหายไปตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ประสบความสำเร็จ และได้ทำพิธีไว้อาลัย ยิงสลุด เพื่อสักการะดวงวิญญาณของลูกเรือทั้งหมดไปเรียบร้อยแล้ว ณ จุดที่พบเรือลำดังกล่าว พร้อมทั้งได้นำธงชาติสหรัฐอเมริกา และแผ่นจารึกไปติดไว้ที่บริเวณหัวเรือ

พลเรือตรี สุรศักดิ์  หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ ผู้บังคับกองกำลังฝึก การัต 2006 ฝ่ายไทย เปิดเผยว่า เรื่องการค้นหาเรือดำน้ำของประเทศสหรัฐอเมริกาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นช่วงที่กองกำลังทางเรือของประเทศสหรัฐอเมริกา นำเรือรบ จำนวน 5 ลำ เข้ามาในน่านน้ำไทย และได้ประสานมายังกองทัพเรือเพื่อแวะค้นหาเป้าหมายเรือดำน้ำในน่านน้ำไทย ซึ่งกองทัพเรือได้ส่งนายทหารปฏิบัติการใต้น้ำ ของกรมสรรพาวุธทหารเรือ ร่วมการเดินทางมาจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานผลการปฏิบัติดังกล่าวว่าประสบความสำเร็จ ซึ่งได้พบเรือดำน้ำเรียบร้อยแล้ว อยู่ในระดับน้ำลึกประมาณ 240 ฟุต หรือ 76 เมตร ทางตอนใต้ของเกาะโลซิ้น ห่างจากทางด้านทิศตะวันออกของจังหวัดสงขลา ประมาณ 100 ไมล์ทะเล สภาพเรือยังมีความสมบูรณ์ ด้านหัวเรือเสียหาย และได้รับรายงานว่า พบปืนใหญ่ขนาด 5 นิ้ว ติดอยู่ที่ดาฟ้า หัวเรือ 1 กระบอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติเรือดำน้ำ USS LAGARATO เป็นเรือดำน้ำชั้น BALAO มีลูกเรือประจำอยู่ภายในเรือ 86 คน มี CDR.F.D. LATTA เป็นผู้บังคับการเรือ ได้เดินทางออกมาจากท่าเรือ   ซูบิคเบ ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 1945 เพื่อออกลาดตระเวนในทะเลจีนใต้ และเมื่อวันที่ 27 เมษายน 1945 ได้เดินทางร่วมกับเรือของฝ่ายเดียวกันคือ เรือ BAYA เดินทางเข้ามาในน่านน้ำไทย คาดว่าน่าจะถูกถล่มโดยเรือวางทุ่นระเบิดของ เรือ HATSUTAKA ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2488 สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งซากเรือลำดังกล่าว กองทัพเรือประเทศสหรัฐอเมริกา จะดำเนินการให้เป็นสุสานทางสงครามในทะเลต่อไป โดยจะประสานกับประเทศไทย และกองทัพเรือไทยขอสงวนพื้นที่บริเวณดังกล่าวในการดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย

เรือลาการ์โตมีน้ำหนักกว่า 1,500 ตัน ยาว 310 ฟุต ถูกเรือฮัทสุทากะของญี่ปุ่นโจมตีจนจมลงใต้ท้องทะเลในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งหลังกองทัพได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบร่องรอยของเรือนำข้อมูลกลับไปแจ้งแก่ครอบครัวของทหารเรือผู้สูญหาย แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 60 ปีแล้ว แต่ก็สร้างความยินดีแก่บรรดาญาติๆ ซึ่งการค้นพบเรื่องราวที่ขาดหายไปเป็นสิ่งที่สำคัญต่อจิตใจของครอบครัวทหารเรือเป็นอย่างยิ่งและเพื่อเชิดชูเกียรติแก่เหล่าทหารด้วย

จากกรณีที่กองกำลังฝึกผสมการัต 2006 ระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือประเทศสหรัฐอเมริกาได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยเรือ USS SALVOR( ARS-52) ได้ประสานมายังกองทัพเรือไทยเพื่อส่งเจ้าหน้าที่ในการประสานร่วมเป็นสักขีพยานในการค้นหาเรือดำน้ำของประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อ USS LAGARTO (SS-371) ซึ่งถูกถล่มจมหายไปในทะเลพร้อมลูกเรืออีก 86 นาย ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งผลการค้นหาตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2549 จนถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2549 พบหลักฐานแน่ชัดที่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเรือดำน้ำที่หายไปจริง พลเรือเอกนพพร อาชวาคม ผู้บัญชาการกองยุทธการ กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่ทหารอเมริกาที่เดินทางมาฝึก การัต 2006 ในพื้นที่สัตหีบ โดยกองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการเป็นผู้รับผิดชอบการฝึกนั้น ก่อนเข้าแผนการฝึกการัต กองกำลังของฝ่ายสหรัฐฯ ได้ขอแวะค้นหาเรือดำน้ำ ล่าสุดได้รับรายงานจาก พลเรือตรี สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.กฟก.2 กร.ว่าการค้นหาสิ้นสุดลงแล้ว และได้พบเรือดำน้ำลำดังกล่าว ในพิกัดห่างจากชายฝั่งจังหวัดสงขลาประมาณ 100 ไมล์ทะเล ห่างจากเกาะโลซินไปทางด้านทิศเหนือประมาณ 40 ไมล์ทะเล ซึ่งทางด้าน กองกำลังสหรัฐฯ ได้ประกอบพิธีไว้อาลัย พร้อมนำธงชาติ และแผ่นโลหะลงไปติดไว้บริเวณหัวเรือเรียบร้อยแล้ว สำหรับเรือดำน้ำลำนี้เป็นเรือที่จมในช่วงการปฏิบัติการทางด้านสงคราม การจัดเตรียมความพร้อมทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ต้องพร้อม และขณะที่เรือจมลงสู่ทะเลวัตถุระเบิดทุกชนิดต้องอยู่ภายในเรือ ในแนวทางปฏิบัติเบื้องต้น กองทัพเรือในฐานะต้องรับผิดชอบทะเลทั้งเขตเศรษฐกิจจำเพาะ และเขตต่อเนื่อง ต้องประกาศเป็นพื้นที่อันตรายในโอกาสแรก

เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ต่าง ๆ อีกทั้งทางประเทศสหรัฐฯเองก็คงมีความต้องเก็บรักษาเรือลำนี้ไว้เป็นอนุสรณ์สถาน หรือสุสานสงครามทางทะเล การดำเนินการใด ๆ คงต้องหารือกันทั้ง 2 ฝ่าย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในหลายด้าน ส่วนแนวทางต่อไปที่กระทำได้ก็คือการนำอนุสัญญา เจนิวา ซึ่งเป็นกฎหมายสหราชอาณาจักร มาดำเนินการ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่อยู่ในสมาชิก ถ้าประเทศสหรัฐฯ ขอประกาศเป็น war Grave ที่เราเรียกว่าสุสานหรือหลุมฝังศพสงครามทางทะเลก็ย่อมทำได้ โดยห้ามผู้ใดเข้าไปรวบกวนหรือเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว เพราะเรือดำน้ำลำนี้จมขณะทำสงคราม มีลูกเรือเสียชีวิตไปพร้อมเรือถึง 86 นายและจะกระทำได้อีกทางหนึ่งก็คือ ต่อไปในอนาคตอาจจะประสานให้มีการถอดอาวุธต่าง ๆ ออกจากเรือและนำชิ้นส่วนผู้เสียชีวิตขึ้นมาทำพิธีให้เรียบร้อย แล้วทำเป็นพิพิธภัณฑ์ สงครามทางทะเล แห่งที่ 2 ของโลกเพื่อให้

ประชาชนได้ศึกษาประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในเรื่องของสงครามที่มีแต่ความสูญเสีย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพื้นที่บริเวณที่พบเรือดำน้ำจมนั้นเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสัมพันธ์กันทั้ง 4 ประเทศ ก็คือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น และประเทศไทย เพราะในปี 1942 เรือรบไทยชื่อ เรือหลวงสมุย ได้ถูกเรือดำน้ำของสหรัฐฯ ถล่มจมขณะลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงมาจากประเทศสิงคโปร์ มีลูกเรือเสียชีวิตถึง 6o นาย และมีเรือรบประเภทเรือ

ประจัญบานของประเทศอังกฤษ ชื่อ เรือ HMS. Prince of wases และเรือ HMS. Repulse ถูกเครื่องบินของญี่ปุ่นถล่มจมใต้ทะเล เมื่อปี 1941 เพราะได้เข้ามาสกัดกั้นการยกพลขึ้นบกทางด้านแหลม         มาลายูของทหารญี่ปุ่น ถ้าทั้ง 4 ประเทศให้ความร่วมมือกันนำพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์สงครามทางทะเล ก็ย่อมเกิดผลดีต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อีกด้วย อนุชนรุ่นหลังจะได้หน้าเข้ามาร่วมกันสร้างสันติสุขโลก

………………..

ข้อมูลจาก

http://www.saveoursea.net/boardsmf/index.php?topic=690.0

http://www.thaiwreckdiver.com/lagarto.htm

เกี่ยวกับ teerayaut

จงทำความดี เพื่อวันข้างหน้า..
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ประวัติศาสตร์ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s