สหกรณ์

เนื้อหาโดย อ. วิทยา ปานะบุตร

1. ความหมายของสหกรณ์

สหกรณ์ (Cooperative หรือที่เรียกว่า Co-op) คือ องค์กรธุรกิจที่เกิดจากการรวมกลุ่มของบุคคลเพื่อดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หรือช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางด้านเศรษฐกิจ โดยมิได้มุ่งแสวงหาผลกำไรและมีการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรม

2. ลักษณะสำคัญของสหกรณ์

สหกรณ์ มีลักษณะสำคัญ 6 ประการ ดังนี้

2.1 เป็นสมาชิกโดยความสมัครใจ การรวมกลุ่มหรือการเป็นสมาชิกของสหกรณ์ต้องเป็นด้วยความสมัครใจ มิใช่ถูกบังคับ

2.2 เป็นกิจกรรมของคณะบุคคล มิใช่เป็นของบุคคลหนึ่งบุคคลใด

2.3 การดำเนินการยึดหลักประชาธิปไตย และความสามัคคีในหมู่คณะ สมาชิกทุกคนมี 1 คะแนนเสียงเท่ากัน

2.4 เป็นองค์กรธุรกิจที่อาศัยองค์ประกอบ 4 ประการ เพื่อพัฒนาไปสู่ความสำเร็จ ได้แก่ คน เงิน ทรัพยากร และการจัดการ

2.5 ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสมาชิกทางด้านเศรษฐกิจ เช่น แก้ไขปัญหาการเอาเปรียบของพ่อค้าคนกลาง และปัญหาขาดแคลนเงินทุนของสมาชิก เป็นต้น

2.6 มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และมีฐานะเป็นนิติบุคคล (นิติบุคคลไม่ใช่มนุษย์แต่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย) และมีสิทธิทางกฎหมายเหมือนมนุษย์เกือบทุกอย่าง)

3. ความเป็นมาของสหกรณ์

3.1 แหล่งกำเนิดของสหกรณ์ในยุโรป ผู้คิดริเริ่มให้มีกิจกรรมสหกรณ์ขึ้นเป็นคนแรก คือ “โรเบิร์ตโอเวน” (Robert Owen) นักคิดในแนวสังคมนิยม ชาวอังกฤษ ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยมีวัตถุประสงค์จะปรับปรุงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนงานในโรงงานให้ดีขึ้น และช่วยเหลือมิให้ถูกนายทุนเอารัดเอาเปรียบ โรเบิร์ต โอเวน จึงได้รับยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งสหกรณ์โลก” ใน พ.ศ. 2387 กิจการสหกรณ์แห่งแรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้น โดยการรวมตัวจัดตั้งของกลุ่มช่างทอผ้าที่เมืองรอชเดล ประเทศอังกฤษ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ร้านสหกรณ์รอชเดลของผู้นำอันเที่ยงธรรม” ซึ่งต่อมาได้แพร่หลายไปทั่วโลก

3.2 กำเนิดกิจการสหกรณ์ของไทย สหกรณ์แห่งแรกของประเทศไทย ถือกำเนิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2459 มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สหกรณ์วัดจันท์ ไม่จำกัดสินใช้” ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เป็นแหล่งกู้เงินไปทำทุนของชาวนา ผู้ทรงริเริ่มจัดตั้งคือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ซึ่งต่อมาทรงได้รับยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งกิจการสหกรณ์ของไทย” โดยทางราชการได้กำหนดให้วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันสหกรณ์ของไทย” ด้วย

4. ประเภทของสหกรณ์

กิจการสหกรณ์จำแนกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

4.1 แบ่งตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 สหกรณ์มี 2 ประเภท ดังนี้

1. สหกรณ์จำกัด คือ สหกรณ์ที่สมาชิกมีความรับผิดชอบในหนี้สินจำกัดเฉพาะตามจำนวนหุ้นที่ตนถืออยู่เท่านั้น

 2. สหกรณ์ไม่จำกัด คือ สหกรณ์ที่สมาชิกทุกคนต้องรับผิดชอบในหนี้สินที่จะเกิดขึ้นร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนหุ้น

 4.2 แบ่งตามลักษณะการให้บริการแก่สมาชิก แบ่งได้ 6 ประเภท ดังนี้

1. สหกรณ์การเกษตร เกิดจากผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมรวมตัวจัดตั้งขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เช่น ให้กู้เงินหรือสินเชื่อเพื่อการเกษตร นำผลผลิตของสมาชิกไปจำหน่ายโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และให้ความรู้แก่เกษตรกรในการผลิตแผนใหม่ เป็นต้น

2. สหกรณ์ออมทรัพย์ จัดตั้งขึ้นตามสถานที่ราชการต่างๆ เช่น กระทรวง กรม และรัฐวิสาหกิจ ตลอดจนโรงงาน และบริษัทใหญ่ๆ เพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิกที่มีเงินเดือนหรือรายได้ประจำ โดยการรับฝากเงิน และให้กู้เงินเมื่อสมาชิกประสบปัญหาเดือดร้อนทางการเงิน เป็นต้น

3. สหกรณ์ร้านค้า (หรือร้านสหกรณ์) มุ่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าราคาถูกโดยเฉพาะสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

4. สหกรณ์นิคม มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร จัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อยู่อาศัย เช่น บ่อน้ำบาดาล ถนน ไฟฟ้า ฯลฯ

5. สหกรณ์บริการ เป็นสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาของผู้ประกอบอาชีพด้านบริการ เช่น สหกรณ์รถแท็กซี่ สหกรณ์นักเขียน สหกรณ์ช่างตัดผม ฯลฯ โดยให้สมาชิกผู้กู้ไปลงทุนประกอบวิชาชีพของตนหรือจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพให้ เป็นต้น

5. หลักการของสหกรณ์

หลักการดำเนินงานของสหกรณ์ ยึดตามแนวปฏิบัติ 7 ประการ ดังนี้

5.1 การรับสมาชิกตามความสมัครใจ ไม่มีการบีบบังคับให้เป็นและไม่กีดกันบุคคลที่ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิก ไม่มีข้อจำกัดในเพศ เชื้อชาติ และศาสนา

5.2 การบริหารงานยึดหลักประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมพัฒนาองค์กรของตน ทุกคนมีสิทธิออกเสียงได้ 1 เสียงเท่ากัน ไม่ว่าจะมีหุ้นมากหรือหุ้นน้อยก็ตาม การเข้ามาทำหน้าที่ของบุคคลต้องมาจากการเลือกตั้ง

5.3 การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ สมาชิกทุกคนมีสิทธิลงทุนซื้อหุ้นในสหกรณ์ที่ตนเป็นสมาชิก มีสิทธิกำกับ ดูแล ตรวจสอบให้การใช้จ่ายเงินของสหกรณ์เป็นไปอย่างสุจริต – สหกรณ์ต้องแบ่งเงินปันผลให้สมาชิกในอัตราส่วนที่เหมาะสมและยุติธรรม ไม่สูงจนเกินไป เพื่อให้สหกรณ์มีความเข้มแข็งและอยู่รอด รวมทั้งจำกัดอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้น เพื่อป้องกันมิให้มีการแสวงกำไรจากการถือหุ้นจำนวนมากของสมาชิกบางคน

5.4 การปกครองตนเองและความเป็นอิสระ สหกรณ์ต้องบริหารงานเป็นอิสระ พึ่งตนเองและปกครองตนเอง ไม่ถูกควบคุมโดยนโยบายหรือกลไกเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีการจัดสรรเงินรายได้ส่วนหนึ่ง เพื่อนำมาใช้จัดการศึกษา การฝึกอบรมและการดูงาน เพื่อให้สมาชิกเข้าใจหลักการทำงานของสหกรณ์อย่างชัดเจน และนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.5 การร่วมมือระหว่างสหกรณ์ สหกรณ์ทุกแห่งทุกประเภทควรให้ความช่วยเหลือและร่วมมือซึ่งกันและกัน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เพื่อสร้างความเข้มแข็งขององค์กร

5.6 ความเอื้ออาทรต่อชุมชน สหกรณ์ควรมีส่วนร่วมดำเนินกิจการต่างๆ เพื่อพัฒนาชุมชนตามสมควร เช่น ขุดบ่อน้ำบาดาล ซ่อมสร้างสะพานและถนนในหมู่บ้าน เป็นต้น เพื่อช่วยเหลือชุมชนให้มีความเข้มข้นและสมาชิกในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อกิจการสหกรณ์ต่อมา

6. วิธีการดำเนินงานของสหกรณ์ในประเทศไทย

ในปัจจุบัน มีการรวมกลุ่มจัดตั้งกิจการสหกรณ์ขึ้นมากมายทั้งในเมืองและในชนบท เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของสมาชิก และเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการพัฒนาชนบท เนื่องจากหลักการดำเนินงานของสหกรณ์จะสอดคล้องกับแนวความคิดเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” กล่าวคือสมาชิกสามารถพึ่งพาตนเองได้ ทั้งการผลิต การบริโค การขนส่งผลผลิต การจำหน่าย และการจัดสรรผลตอบแทนให้แก่ผู้ผลิต เป็นต้น – ตัวอย่างของสหกรณ์ในต่างจังหวัดที่ประสบผลสำเร็จ คือ สหกรณ์โคนมหนองโพ อำเภอ โพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นการรวมกลุ่มของผู้เลี้ยงโคนมรายย่อย เพื่อให้เป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตของสมาชิกโดยนำมาแปรรูปเป็นนมสดพร้อมดื่ม ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีรายได้ที่มั่นคงและแน่นอน วิธีการดำเนินงานของสหกรณ์ในประเทศไทย สรุปได้ดังนี้

6.1 การจัดตั้ง การดำเนินงานจัดตั้งสหกรณ์ประเภทต่างๆ ต้องมีสมาชิกตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปขอจดทะเบียนกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัด หรือสำนักงานสหกรณ์อำเภอ

6.2 การบริหารงานของสหกรณ์ สมาชิกของสหกรณ์แต่ละคน มีสิทธิออกเสียงได้ 1 เสียง เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือมีหุ้นน้อย เมื่อมีการออกเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินงานแล้ว จะจัดตั้งเจ้าหน้าที่ทำงานในสหกรณ์แห่งนั้น เช่น ผู้จัดการ พนักงานบัญชี และพนักงานขาย เป็นต้น – กิจการสหกรณ์แห่งใด มีการบริหารและการจัดการที่ดี มีคนมีความรู้ ความสามารถและความซื่อสัตย์มาร่วมดำเนินการ มีเงินทุนหมุนเวียนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้การดำเนินกิจการประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย ทำให้สมาชิกเกิดความศรัทธาและไว้วางใจ

เกี่ยวกับ teerayaut

จงทำความดี เพื่อวันข้างหน้า..
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ความรู้ทั่วไป คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s