อุปทาน และ อุปสงค์

ผมขออนุญาตคัดลอกตำราของ อ. วิทยา ปานะบุตร ตำราเรียนวิชาสังคมศึกษา ชั้น ม.3 ในเรื่อง อุปทานและอุปสงค์

      อุปทาน
 อุปทาน  (Supply)  หมายถึง  ปริมาณสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งที่ผู้ผลิตนำมาเสนอขายในตลาดในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง  และในระดับราคาต่าง ๆ กัน
  กฎอุปทานของผู้ผลิต  ปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตเต็มใจจะนำมาเสนอขายมากหรือน้อย  ย่อมขึ้นอยู่กับราคาของสินค้าชนิดนั้นในตลาด  ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง  สรุปเป็น “กฎอุปทานของผู้ผลิต”  ได้ดังนี้
   (1)  ราคาสินค้าสูง  อุปทานของผู้ผลิตจะสูง  ผู้ผลิตเต็มใจจะนำสินค้าชนิดนั้นออกวางจำหน่ายในตลาดจำนวนมาก  เพราะกำไรเป็นแรงจูงใจที่สำคัญ 
   (2)  ราคาสินค้าต่ำ  อุปทานของผู้ผลิตจะต่ำ  ผู้ผลิตจะนำสินค้าออกวางจำหน่ายในตลาดจำนวนน้อย  เพราะราคาสินค้าต่ำไม่จูงใจให้ผู้ผลิตอยากขาย
ปัจจัยกำหนดอุปทานของผู้ผลิต
 ปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตจะผลิตออกสู่ท้องตลาด  จำนวนจะมากหรือน้อย  นอกจากพิจารณาจากความต้องการของผู้บริโภคและราคาสินค้าชนิดนั้นแล้ว  ยังจะต้องพิจารณาจากปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย  สรุปปัจจัยกำหนดอุปทานของผู้ผลิต  ดังนี้
                1  ต้นทุนการผลิต  ได้แก่  ค่าจ้างแรงงาน  ค่าน้ำมัน  ไฟฟ้า  วัตถุดิบ  เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต  ฯลฯ   ถ้าต้นทุนการผลิตดังกล่าวยังคงอยู่ระดับต่ำหรือคงที่  ย่อมเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผู้ผลิตมีอุปทานการผลิตสินค้าชนิดนั้นสูง
                2  เทคโนโลยีในการผลิต  การผลิตสินค้าหรือบริการใด ๆ มีเทคนิคหรือวิธีการผลิตที่ทันสมัยหรือนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วยในการผลิต  ทำให้การผลิตง่ายสะดวกรวดเร็วและมีปริมาณผลผลิตมากย่อมเป็นแรงจูงใจให้ผู้ผลิตมีอุปทานการผลิตสูงขึ้น
                3  การเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าชนิดอื่น  จะส่งผลกระทบต่ออุปทานการผลิตสินค้าอีกชนิดหนึ่งได้  เช่น  ราคาไก่เนื้อมีแนวโน้มว่าจะลดต่ำลงเรื่อย ๆ  ขณะที่ราคาสุกรชำแหละยังคงมีราคาสูง  อาจส่งผลให้เกษตรกรเปลี่ยนไปเลี้ยงสุกรแทนเพราะขายได้ราคาดีกว่า  เป็นต้น
               4  สภาพดินฟ้าอากาศ  มีผลต่ออุปทานการผลิตสินค้าเกษตร  เช่น  ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล  อุปทาน  การผลิตพืชผักต่าง ๆ จะมีมากหรืออุดมสมบูรณ์
               5  การคาดคะเนราคาสินค้าในอนาคต  ถ้าชาวไร่อ้อยคาดเดาว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลกในปีหน้าจะสูงขึ้นมาก  จะส่งผลให้มีการขยายพื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น  และทำให้อุปทานการผลิตอ้อยสูงขึ้นด้วย
               6  นโยบายของรัฐบาล  ถ้ารัฐบาลสนับสนุนผู้ผลิตภายในประเทศ  เช่น  ลดภาษีการนำเข้าวัตถุดิบอะไหล่หรือชิ้นส่วนที่นำเข้าจากต่างประเทศ  ย่อมส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าชนิดนั้นต่ำลงจึงเป็นมาตรการจูงใจให้อุปทานการผลิตสินค้าชนิดนั้นสูงขึ้น
         อุปสงค์
 ความหมายของอุปสงค์  สรุปได้  2  ประการ  ดังนี้
              (1)  อุปสงค์  (Demand)  หมายถึง  ปริมาณสินค้าหรือบริการชนิดใดชนิดหนึ่งที่ผู้บริโภคต้องการจะซื้อ  ในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง  และในระดับราคาต่าง ๆ
              (2)  อุปสงค์  คือ ความต้องการของผู้บริโภคที่จะซื้อสินค้าหรือบริการชนิดใดชนิดหนึ่งด้วยเงินที่มีอยู่จริง  (มีอำนาจซื้อหรือมีความสามารถที่จะจ่ายจริง)
 กฎอุปสงค์ของผู้บริโภค  ผู้บริโภคจะมีอุปสงค์ในสินค้าชนิดหนึ่งชนิดใด  จำนวนมากหรือน้อยเท่าใด  ย่อมขึ้นอยู่กับราคาของสินค้าชนิดนั้นเป็นสำคัญ  สรุปเป็น  “กฎอุปสงค์ของผู้บริโภค”  ได้ดังนี้
             (1) ราคาสินค้าค่าต่ำ  อุปสงค์ของผู้บริโภคจะสูง  เพราะสินค้ายิ่งมีราคาถูกจะกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีความต้องการจะซื้อสินค้าชนิดนั้นมากขึ้น 
             (2) ราคาสินค้าสูง  อุปสงค์ของผู้บริโภคจะต่ำ เพราะสินค้ายิ่งราคาเพิ่มสูงขึ้นย่อมส่งผลให้ผู้บริโภคมีความต้องการจะซื้อสินค้าชนิดนั้นลดน้อยลง  หรือซื้อในปริมาณที่น้อยลงกว่าเดิม
             ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์ของผู้บริโภค  ผู้บริโภคจะมีอุปสงค์  หรือความต้องการในการบริโภคสินค้ามากหรือน้อยเพียงใด  ย่อมเกิดจากปัจจัยในด้าน “ราคาสินค้า”  เป็นสำคัญ  และยังมีปัจจัยอื่น ๆ ประกอบอีกหลายประการ  สรุปดังนี้
             1  รายได้ของผู้บริโภค  ถ้าผู้บริโภคมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น  ย่อมมีความต้องการจะซื้อสินค้าชนิดต่าง ๆ มากขึ้น  แต่ถ้ามีรายได้ลดลง  อุปสงค์ในสินค้าชนิดต่าง ๆ ก็จะลดลงด้วย
             2  การเปลี่ยนแปลงในราคาสินค้าชนิดอื่นที่ใช้แทนกันได้  เช่น  เนื้อไก่กับเนื้อหมู  ถ้าสินค้าชนิดหนึ่งชนิดใดมีราคาเพิ่มสูงขึ้น  จะส่งผลให้อุปสงค์ของผู้บริโภคในสินค้าชนิดนั้นลดต่ำลงทันที  เพราะผู้บริโภคไม่ต้องการซื้อของแพง  
              3  รสนิยมของผู้บริโภค  เป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าชนิดต่าง ๆ ของผู้บริโภค  รสนิยมของผู้บริโภคจะแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมประเพณี  อายุ  เพศ  ระดับการศึกษา  อาชีพ ฯลฯ
              4  การคาดคะเนราคาสินค้าในอนาคต  ผู้บริโภคได้รับฟังข้อมูลข่าวสาร  ว่าราคารถยนต์ในอีก  3  เดือนข้างหน้าจะลดลงร้อยละ  20  ของราคาเดิม  ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจไม่ซื้อรถยนต์ในเดือนนี้  แต่จะรอไปซื้อในอีก  3  เดือนข้างหน้า  เป็นต้น  
               5  ขนาดและโครงสร้างของประชากร  ได้แก่  จำนวนประชากรของประเทศ  จำนวนประชากรเพศหญิง  เพศชาย  และจำนวนประชากรวัยเด็ก  วัยสูงอายุ  และวัยทำงาน ล้วนแต่มีผลต่ออุปสงค์ในสินค้าแต่ละชนิดทั้งสิ้น  ตัวอย่างเช่น
   (1)  ประเทศจีนมีจำนวนประชากรมากถึง  1,300  ล้านคน  ย่อมมีอุปสงค์ในข้าวสารสูง
   (2)  ประเทศไทยมีจำนวนประชากรในวัยเด็กและวัยหนุ่มสาวมาก  ย่อมมีอุปสงค์ในสินค้าสำหรับเด็กและคนหนุ่มสาวสูงตามสัดส่วน
              6  นโยบายด้านภาษีอากรของรัฐ  ถ้ารัฐบาลมีมาตรการด้านภาษีอากรที่เข้มงวด  เช่น  เพิ่มอัตราภาษีให้สูงขึ้น  ทำให้ผู้บริโภคมีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายน้อยลง  เป็นผลให้อุปสงค์ในสินค้าของผู้บริโภคลดต่ำลง

เกี่ยวกับ teerayaut

จงทำความดี เพื่อวันข้างหน้า..
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ความรู้ทั่วไป คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s