เรือหลวงอ่างทอง

image
ความเป็นมา
กองทัพเรือ ได้เสนอโครงการจัดหา เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ ไว้ในความต้องการ ของกองทัพเรือ โครงการจัดหา เรือหลวงอ่างทอง เข้าประจำการนี้ เป็นไปตามแผนพัฒนา กองทัพไทย ในระยะ 9 ปี โดยได้มีการลงนาม ในสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2551 โดย พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในขณะนั้น เป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง โดยมี MR.Chang Cheow Teck เป็นผู้แทนบริษัท ST Marine ลงนามในสัญญาจ้างฯ ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร ตามที่กระทรวงกลาโหมได้อนุมัติ ให้กองทัพเรือ จ้างสร้างเรือยกพลขึ้นบก เป็นเงิน 4,944 ล้านบาท จากบริษัท Singapore Technologies Marine Ltd. (ST Marine) สาธารณรัฐสิงคโปร์ สำหรับใช้ ในการปฏิบัติการ สะเทินน้ำสะเทินบก การขนส่งและลำเลียงทางทะเล และเป็นเรือบัญชาการ และฐานปฏิบัติการในทะเล การช่วยเหลือประชาชน การบรรเทาสาธารณภัย หรือภัยพิบัติต่าง ๆ การค้นหา และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในทะเลและบริเวณชายฝั่ง และได้มีพิธีวางกระดูกงูเรือ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2552 โดยมี พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี และในส่วนของพิธีปล่อยเรือลงน้ำ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2554 มี พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ เป็นประธานในพิธีปล่อยเรือ ลงน้ำ โดยมี นางดวงพร พุ่มหิรัญ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ในขณะนั้น เป็น สุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำ และเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2555 พลเรือเอก สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางไปยังอู่เรือ บริษัท Singapore Technologies Marine Ltd. สาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อลงนามในพิธี รับมอบเรือหลวงอ่างทอง จาก Mr. NG Sin Chan ประธาน บริษัท ST Marine โดยเรือหลวงอ่างทอง ได้ออกเดินทางจาก สาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2555

เรือหลวงอ่างทอง มีขีดความสามารถ ในการเคลื่อนกำลัง จากทะเลสู่ฝั่ง (โจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก) ช่วยเหลือประชาชน และบรรเทาสาธารณภัย ตามชายฝั่ง ค้นหา และช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทางทะเล ฝึกกำลังพล เรือหลวงอ่างทอง เป็นเรือยกพลขึ้นบก ขนาดใหญ่ ประเภท เรือ LANDING PLATFORM DOCK (เรือ LPD ) ต่อจาก อู่เรือบริษัท Singapore Technologies จำกัด สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยสร้างตามเรือต้นแบบชั้น ENDURANCE ของ กองทัพเรือสิงคโปร์ ซึ่งความจำเป็นในการจัดหา เรือหลวงอ่างทอง เข้าประจำการนั้น มีความเป็นมาจาก เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยคลื่นยักษ์สึนามิ รวมถึงภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่มีแนวโน้ม ที่จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น กองทัพเรือ ถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญ นอกจาก เรือหลวงจักรีนฤเบศร กองทัพเรือ ยังมีความจำเป็น ที่ต้องการเรือขนาดใหญ่ มาเสริมภารกิจดังกล่าว เนื่องจากเรือในกองทัพเรือ ที่มีความสามารถในภารกิจ เช่นที่ว่านี้ค่อนข้างจะ ขาดแคลน โดยเฉพาะ เรือประเภทยกพลขึ้นบก ที่สามารถเข้าไปใน พื้นที่น้ำตื้นใกล้ชายฝั่งได้ อีกทั้งสามารถ ขนถ่ายประชาชน และเครื่องจักรกลหนัก ได้ในปริมาณที่มาก ซึ่งในปัจจุบัน กองเรือยกพลขึ้นบก และ ยุทธบริการ มีเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ เพียง 2 ลำ คือ เรือหลวงสีชัง และ เรือหลวงสุรินทร์ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้งาน

เกี่ยวกับ teerayaut

จงทำความดี เพื่อวันข้างหน้า..
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ความรู้ทั่วไป คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s