ทำไมมุสลิมจึงลอยกระทงไม่ได้

imageเทศกาลลอยกระทงตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือราวเดือนพฤศจิกายน เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยซึ่งมีมาต้องแต่ก่อนสมัยสุโขทัย1ประวัติความเป็นมาของประเพณีลอยกระทงประเพณีลอยกระทงสืบทอดมาช้านานตั้งแต่สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา เรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ โดยสันนิษฐานว่าได้ประเพณีนั้นมาจากประเทศอินเดีย จากความเชื่อของลัทธิพราหมณ์ที่บอกว่า ลอยกระทงเพื่อบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสามคือ พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหมสวนศาสนาพุทธจะมีความเชื่อแตกต่างกันเช่น เป็นการยกโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์ หรือเป็นการลอยโคมเพื่อบูชาพระพุทธบาทซึ่งประดิษฐาน ณ หาดทรายแม่น้ำนัมทา(ปัจจุบันคือแม่น้ำเนรพุทธา) และยังมีความเชื่อที่นอกเหนือจากนี้อีก เช่น ลอยกระทงเพื่อขอบคุณแม่คงคา ที่ให้เราได้อาศัยน้ำกินและใช้น้ำ รวมทั้งขอขมาต่อท่านที่ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป

ตำนานการลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทรอยพระพุทธบาทเจ้าที่ไปปรากฏอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทานที มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติคือ ครั้งหนึ่งพญานาคทูลอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคภิภพ เมื่อพระองค์จะเสด็จกลับ พญานาคทูลขออนุสาวรีย์ไว้กราบไหว้บูชา พระพุทธองค์จึงทรงประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไว้ที่หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมทานทีเพื่อให้พญานาคทั้งหลายได้สักการบูชาการลอยกระทงที่มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพระพุทธประวัติ ยังมีอีกสองเรื่องคือ
-การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ และการลอยกระทงเพื่อต้อนรับพระพุทธองค์ในวันที่เสด็จกลับจากเทวโลกการลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์เมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกจากพระนครกบิลพัสดุ์ในเวลากลางคืนด้วยม้ากัณฐกะ พร้อมนายฉันทะมหาดเล็กผู้ตามเสด็จ ครั้นรุ่งอรุณก็ถึงฝั่งแม่น้ำอโนมานที เจ้าชายทรงขับม้ากัณฐกะกระโจนข้ามแม่น้ำไปโดยสวัสดีเมื่อทรงทราบว่าพ้นเขตกรุงกบิลพัสดุ์แล้ว เจ้าชายสิทธัตถะจึงเสด็จลงประทับเหนือหาดทรายขาวสะอาด ตรัสให้นายฉันทะนำเครื่องประดับและม้ากัณฐกะกลับพระนคร ทรงตั้งพระทัยปรารถนาจะบรรพชาโดยเปล่งวาจา “สาธุ โข ปพพชชา” แล้วจึงทรงจับเมาลีด้วยพระหัตถ์ซ้าย พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ตัดพระเมาลี แล้วโยนขึ้นไปบนอากาศ พระอินทร์ได้นำผอบทองมารองรับเมาลีไว้ และนำไปบรรจุยังพระจุฬามณีเจดีย์สถานในเทวโลกพระจุฬามณีตามปกติมีเทวดาเหาะมาบูชาเป็นประจำ แม้พระศรีอาริยไตรยเทวโพธิสัตว์ซึ่งในอนาคตจะมาจุติบนโลกและตรัสรู้เป็นพระพุทธองค์หนึ่งก็ยังเสด็จมาไหว้ การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณีจึงถือเป็นการไหว้บูชาพระศรีอาริยเมตไตรด้วยการลอยกระทงเพื่อต้อนรับพระพุทธองค์ในวันเสด็จกลับจากเทวโลกเมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวชจนได้บรรลุธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว หลังจากเผยพระธรรมคำสั่งสอนแก่สาธุชนโดยทั่วไปได้ระยะหนึ่ง จึงเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาธรรมโปรดพระพุทธมารดาครั้นจำพรรษาครบ 3 เดือน พระองค์จึงเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ เมื่อท้าวเทวราชทราบพุทธประสงค์จึงเนรมิตบันไดทิพย์ขึ้นอันมีบันไดทอง บันไดเงิน และบันไดแก้ว ทอดลงสู่ประตูเมืองสังกัสสนคร บันไดแก้วนั้นเป็นที่ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จลง บันไดทองที่สำหรับเทพยาดาทั้งหลายตามส่งเสด็จ บันไดทองสำหรับพรหมทั้งหลายส่งเสด็จในการเสด็จลงสู่โลกมนุษย์คั้งนี้เหล่าทวยเทพ และประชาชนทั้งหลายได้พร้อมใจกันทำการสักการะบูชาด้วยทิพย์บุปผามาลัย การลอยกระทงตามคตินี้จึงเป็นการรับเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากดาวดึงส์พิภพ(เป็นตำนานเดียวกับประเพณีการตักบาตรเทโวรับเสด็จพระพุทธองค์ลงจากดาวดึงส์)

สรุปเหตุผลในการลอยกระทง

1. เพื่อบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสามคือพระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ตามความเชื่อของลัทธิพราหมณ์
2. เพื่อบูชารอบพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมทานที เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ
3. เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
4. เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันเสด็จจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาธรรมโปรดพระพุทธมารดา
5. เพื่อขอบคุณพระแม่คงคา หรือเทพเจ้าแห่งน้ำที่ให้อาศัย น้ำดื่ม น้ำใช้
6. เพื่อแสดงความคารวะขออภัยต่อพระแม่คงคาที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป ไม่ว่าจะโดยมีเจตนาหรือไม่ก็ตาม
7. เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมของไทยไว้ มิให้สูญหายไปตามกาลเวลาประเด็นชี้แจงจากข้อมูลข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นประวัติหรือตำนานการลอยกระทง ล้วนมีที่มาจากความเชื่อทางศาสนาทั้งสิ้น ทัศนะของศาสนาพราหมณ์มีความเชื่อว่าการลอยกระทง เพื่อบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสามองค์ คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ส่วนทางศาสนาพุทธเชื่อว่า การลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท บูชาพระจุฬามณ์เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทวโลก ดังนั้น เมื่อถึงเทศกาลลอยกระทง จึงเป็นที่แน่นอนอย่างยิ่ง จะต้องอบอวลไปด้วยความเชื่อทางศาสนาอย่างแน่นอน

เช่นนี้แล้วมุสลิมจะเข้าร่วมในเทศกาลดังกล่าวไม่ได้อย่างเด็ดขาด ดังที่พระองค์อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ในอัล-กุรฺอานว่า“สำหรับพวกท่านคือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันคือศาสนาของฉัน(หมายถึงศาสนาอิสลาม)” หลักการอิสลามได้กำหนดขอบเขตในเรื่องของศาสนาไว้อย่างชัดเจน และเด็ดขาด เพราะฉะนั้นมุสลิมจะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทศกาลลอยกระทง ซึ่งเป็นความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ และศาสนาพุทธอย่างเด็ดขาดนอกจากนี้ การลอยกระทงยังเกิดจากความเชื่อที่ว่า เพื่อเป็นการขอบคุณพระแม่คงคาที่ให้อาศัยน้ำดื่มน้ำใช้ ความเชื่อดังกล่าวนี้ยิ่งค้านกับความเชื่อของมุสลิมอย่างรุนแรงเพราะมุสลิมมีความเชื่อว่าน้ำที่ท่าลั่งลงมาจากฟากฟ้าสู่แม่น้ำลำธารนั้นมาจากพระองค์อัลลอฮฺ ดังข้อความในอัล-กุรฺอ่านว่า

“พระองค์ทรงทำให้แผ่นดินเป็นพื้นปูลาดสำหรับพวกท่าน และชั้นฟ้าเป็นหลังคา และทรงหลั่งน้ำฝนลงมาจากฟากฟ้า และทรงทำให้งอกเงยออกมาโดยน้ำนั้น ซึ่งผลไม้ต่างๆเป็นเครื่องยังชีพ สำหรับพวกท่าน ดังนั้นพวกท่านจงอย่าตั้งภาคีสำหรับอัลลอฮฺ ทั้งๆที่พวกท่านรู้ดียิ่ง”

เมื่อมุสลิมเชื่อว่าน้ำฝนที่หลั่งลงมาสู่แม่น้ำลำคลองมาจากพระอัลลอฮฺ พร้อมทั้งต้องขอบคุณต่อพระองค์ที่ทำให้มีน้ำดื่มน้ำใช้ ด้วยสาเหตุที่ได้รู้ถึงการประทานปัจจัยต่างๆนี่เอง มุสลิมจึงถูกห้ามมิให้ตั้งภาคีใดๆต่อพระองค์อย่างเด็ดขาด เช่นนี้แล้ว มุสลิมจะลอยกระทงเพื่อขอบคุณพระแม่คงคาหรือเทพเจ้าแห่งน้ำได้อย่างไรกัน!กรณีลอยกระทงเพื่อขออภัยต่อพระแม่คงคาอันเนื่องจากได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไปในแม่น้ำ มุสลิมก็กระทำไม่ได้เช่นกัน ศาสนาอิสลามสอนว่า หากมุสลิมคนใดต้องการจะขออภัยหรือขอลุแก่โทษความผิดจะต้องขอต่อพระองค์อัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ขอหรือวิงวอนต่อพระเจ้าอื่นๆดังที่พระองค์อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ว่า

“บรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขากระทำสิ่งที่ชั่วช้าต่างๆ หรืออธรรมแก่ตัวของพวกเขาเอง พวกเขาก็รำลึกถึงอัลลอฮฺ แล้วขออภัยโทษสำหรับความผิดต่างๆของพวกเขา และบุคคลใดเล่าที่จะอภัยโทษความผิดต่างๆนอกจากพระองค์อัลลอฮฺเท่านั้น”

ส่วนกรณีการลอยกระทงเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมของไทยไว้มิให้สูญหายไปตามกาลเวลา มุสลิมก็กระทำไม่ได้เช่นกัน เพราะพระองค์อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ในอัล-กุรฺอานว่า“และสิ่งใดที่ท่านรสูล(หมายถึงนบีมุหัมมัด)นำมาให้พวกท่าน พวกท่านจงรับสิ่งนั้นไว้ และสิ่งใดที่เขาได้ห้ามพวกท่าน พวกท่านจงหลีกห่างจากสิ่งนั้นเถิด”

และมุสลิมคนใดที่ปฏิบัติตามท่านนบีมุหัมมัดเขาจะได้รับความเมตตา ดังที่อัล-กุรอานได้ระบุว่า“และพวกท่านจงเชื่อฟังพระองค์อัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์ เพื่อว่าพวกท่านจะได้รับความเมตตา” ในเมื่อมุสลิมไม่สามารถร่วมลอยกระทงกับชาวศาสนิกอื่นได้ ถ้าเช่นนั้นมุสลิมจะเข้าไปเที่ยวในงานลอยกระทงได้หรือไม่? เพราะมีมุสลิมบางท่านอาจจะกล่าวอ้างว่า “ฉันแค่ไปเที่ยวงานลอยกระทง แต่ไม่ได้ราวมลอยกระทงดังเช่นชาวพุทธ แล้วฉันจะมีความผิดตรงไหน?” ซึ่งผู้เขียนจะชี้แจงเป็นข้อๆดังนี้

1.ทางศาสนาพุทธเชื่อว่าการลอยกระทงเป็นการต้อนรับพระพุทธเจ้าที่เสด็จกลับมาสู่โลกมนุษย์ในวันดังกล่าวเพียงมุสลิมเข้าไปร่วมในงาน ก็เท่ากับว่ามุสลิมผู้นั้นได้มารอต้อนรับพระพุทธเจ้าด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ร่วมลอยกระทงก็ตาม
2.ท่านนบีมุหัมมัดกล่าวไว้ว่า “บุคคลใดที่เลียนแบบชนกลุ่มหนึ่ง เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของชนกลุ่มนั้นด้วย” ซึ่งวจนะของท่านนบีบอกให้รู้ว่ามุสลิมจะต้องไม่เลียนแบบกลุ่มชนอื่นในเรื่องความเชื่อ วัฒนธรรม และประเพณี เพราะฉะนั้น การจัดเทศกาลงานลอยกระทงซึ่งเป็นของศาสนาพุทธ หากมุสลิมเข้าร่วมในงานนั้น ก็เปรียบประหนึ่งเป็นกลุ่มชนของศาสนานั้นๆด้วย เพราะเท่ากับว่าได้ร่วมแสดงความยินดี และเห็นด้วยกับเทศกาลดังกล่าว
3.ท่านนบีมุหัมมัดกล่าวไว้ว่า “อิสลามเริ่มต้นอย่างคนแปลกหน้าและจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งอย่างคนแปลกหน้า ดังนั้น จงแจ้งข่าวดี (หมายถึงสวรรค์) สำหรับคนแปลกหน้าเถิด” ท่านนบีมุหัมมัดได้กล่าวถึงอิสลามจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งอย่างคนแปลกหน้า นั่นหมายถึงมุสลิมจะนำวิถีชีวิตแห่งอิสลามกลับมาปฏิบัติในปัจจุบันท่ามกลางวิถีชีวิที่มิใช่อิสลาม คือคนแปลกหน้าที่ปฏิบัติแตกต่างจากผู้คนส่วนใหญ่ในสังคม และ ณ พระองค์อัลลอฮฺ คือการตอบแทนความดีอันใหญ่หลวง ส่วนมุสลิมที่ไปร่วมเทศกาลงานลอยกระทง ก็เท่ากับว่าเขาไม่ใช่คนแปลกหน้า เพราะเขามีวิถีชีวิตที่เหมือนกับผู้คนในศาสนิกอื่นทั้งหลาย เขาไม่กล้าแสดงภาพลักษณ์แห่งเจตนาณ์ของท่านนบีมุหัมมัด ทีต้องการให้มุสลิมทำตัวแปลกแยกจากความเชื่อต่างๆที่มีอย่างดาษดื่นในสังคมประวัติการประดิษฐ์กระทงการลอยกระทงในเมืองไทยมีมาตั้งแต่กรุงสุโขทัย เรียกว่าการลอยกระทงพระประทีป หรือลอยโคมเป็นงานนักขัตฤกษ์รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วงได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม การลอยกระทงหรือลอยโคมในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมทานที ซึ่งป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบทของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่าแม่น้ำเนรพุททา”รูปแบบการประดิษฐ์กระทง

เมื่อถึงวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวงในเดือน 12 ชาวบ้านจะจัดเตรียมทำกระทงจากวัสดุที่หาง่ายตามธรรมชาติ เช่น หยวกกล้วยและดอกบัว นำมาประดิษฐ์เป็นกระทงสวยงาม ปักธูปเทียนและดอกไม้เครื่องบูชา ก่อนทำการลอยในแม่น้ำก็จะอธิฐานในสิ่งที่มุ่งหวังพร้อมขอขมาต่อพระแม่คงคา

สรุปที่มาของการประดิษฐ์กระทง
1.ผู้ที่ริเริ่มประดิษฐ์กระทงคือนางนพมาศ
2.นางนพมาศประดิษฐ์กระทงเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมทานทีประเด็นชี้แจง

เมื่อมุสลิมไม่สามารถไปเที่ยวงานลอยกระทง และร่วมลอยกระทงได้แล้ว ถ้าเช่นนั้นมุสลิมจะประดิษฐ์กระทงได้หรือไม่?

คำตอบคือ มุสลิมไม่สามารถประดิษฐ์กระทงได้เช่นกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า อิสลามให้มุสลิมปฏิบัติตามแบบฉบับของท่านนบีมุหัมมัด ดังที่ท่านนบีได้กล่าววว่า“ดังนั้นจำเป็นบนพวกท่านที่จะต้องปฏิบัติตามแบบฉบับของฉัน และแบบฉบับของบรรดาเคาะลีฟะฮฺ(ทั้งสี่) ที่ฉลาดรอบรู้ อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง พวกท่านทั้งหลายจงยึดมั่นสิ่งดังกล่าวด้วยฟันกราม”

ส่วนการประดิษฐ์กระทงเป็นการริเริ่มของนางนพมาศ ซึ่งไม่เป็นที่อนุญาตสำหรับมุสลิมที่จะปฏิบัติตาม ดังความจากหะดีษข้างต้นที่ชัดเจนอยู่แล้ว ยิ่งเป้าหมายของการประดิษฐ์กระทงของนางนพมาศที่ต้องการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมทานทียิ่งขัดกับหลักการศรัทธาของมุสลิมอย่างรุนแรง เพราะมุสลิมจะเคารพสักการะต่อพระองค์อัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่านั้น

การประดิษฐ์กระทงที่เป็นปัญหากับมุสลิมในปัจจุบัน น่าจะมีประเด็นดังนี้
การดิษฐ์กระทงตามคำสั่งครูกรณีที่นักเรียนจะต้องประดิษฐ์กระทงตามคำสั่งของครู จะกระทำได้หรือไม่เพียงได? ผู้เขียนขอตอบว่า เมื่อมุสลิมจะปฏิบัติตามคำสั่งของบุคคลใดก็ตาม สิ่งนั้นจะต้องไม่ขัดกับหลักการของศาสนา ฉะนั้น หากครูสั่งให้นักเรียนมุสลิมประดิษฐ์กระทง นักเรียนผู้นั้นจะปฏิบัติตามคำสั่งของครูไม่ได้(โดยเหตุผลดังที่ได้กล่าวมาแล้ว) ซึ่งถ้านักเรียนมุสลิมผู้นั้นประดิษฐ์กระทงปัญหาที่จะตามมาก็คือ กระทงที่ทำเสร็จแล้วไม่สามารถนำไปลอยกระทงได้, จะนำไปให้เพื่อนต่างศาสนิกก็ไม่ได้….

เกี่ยวกับ teerayaut

จงทำความดี เพื่อวันข้างหน้า..
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ความรู้ทั่วไป คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s