เรื่องเล่าจากช่างภาพตามเสด็จในหลวงรัชกาลที่ ๙

img_6709

ผมจำได้ครั้งที่ยังทำงานที่ อสมท.อยู่ จำปี พ.ศ.ไม่ได้แน่ชัดน่าจะเป็นปีหลังจากที่ในหลวงที่ ๙ ทรงเข้ารักษาอาการพระประชวรด้วยโรคหัวใจ อดีต ผอ.สถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท.(ผอ.วินิจ บุญวิวัฒน์ ปัจจุบันท่านเสียชีวิตไปแล้ว ผอ.วินิจ เคยเป็นช่างภาพโทรทัศน์ตามเสด็จมาช้านานตั้งแต่ช่อง 4 บางขุนพรหม และเป็นยังผู้บันทึกเทปโทรทัศน์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ อวยพรปีใหม่ให้ปวงชนชาวไทยคนแรกๆ จนปีสุดท้ายที่ ผอ.วินิจ ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตไป) ท่านเล่าให้ฟังผมเรื่อง วิธีศึกษาการแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ เหตุการณ์หนึ่งที่พระองค์มีประสบการณ์จริงว่า

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนินโดยไม่มีหมายกำหนดการณ์ล่วงหน้ามาก่อน วันนั้นในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านทรงขับรถยนต์ญี่ปุ่นโตโยต้าธรรมดาที่ชาวบ้านทั่วไปใช้กันมีผู้ติดตามเพียงคนเดียวไม่มีรถนำขบวน พระองค์ต้องการสำรวจเส้นทางการจราจรเพื่อหาสาเหตุการจราจรติดหนักเส้นทางข้ามไปมาระหว่างฝั่งกรุงเทพฯกับฝั่งธนบุรีเส้นทางผ่านสะพานพระปิ่นเกล้า(พระองค์ท่านขับรถยนต์ลักษณะเช่นนี้บ่อยครั้งมาก) บังเอิกเย็นวันหนึ่งรถติดหนักมาก รถพระที่นั่งที่พระองค์ท่านทรงขับมาติดการจราจรบริเวณถนนราชดำเนินตรงแยกคอกวัวเป็นเวลานานมากเกินหนึ่งชั่วโมง จนสองสามีภรรยาหรือสองหนุ่มสาวที่อาจเป็นแฟนกันที่จอดรถติดการจราจรข้างรถยนต์ที่พระองค์ขับรถ ด้วยรถจอดอยู่กับที่ตรงแยกคอกวัวเป็นเวลายาวนาน สองหนุ่มสาวที่นั่งในรถยนต์ที่จอดรถข้างรถยนต์ที่ประทับเริ่มหันซ้ายหันขวา สาวที่นั่งในรถคันนั้นได้สะกิดชายหนุ่มที่ขับรถยนต์ให้หันมามองรถยนต์ของพระองค์ทรงขับ ทั้งสองคนนั้นหันมามองหลายมาหน จนสาวในรถเปิดกระจกรถลงเพื่อจะมองให้ชัดว่าใครขับรถคันที่จอดติดข้างรถยนต์เค้าแล้วเลื่อนกระจกแล้วหันไปคุยชายคนที่ขับรถทำเช่นนี้สองสามครั้ง ผลสุดท้ายเค้าทั้งก็ไม่กล้าหันมาดูอีกเลย

ผอ.วินิจ เล่าต่อไปว่า ผมได้กราบบังคมทูลถามในหลวงไปว่า หากหนุ่มสาวทั้งสองคนนั้น เกิดเปิดประตูรถลงมาแล้วเดินตรงมาเคาะกระจกที่ฝ่าพระบาททรงขับรถมาแล้วถามว่า ท่านคือในหลวงใช่หรือเปล่า? หากเกิดเหตุการณ์ตามกระหม่อมทูลถามพระองค์ท่านจะบอกพวกเค้าทั้งสองคนอย่างไร พระองค์ท่านทรงตอบคำถามมาว่า “ไม่รู้ซิ เพราะเค้าไม่ได้เดินลงแล้วมาเคาะกระจกรถจริงตามที่คุณวินิจตั้งคำถาม แต่หากเค้ามาเคาะกระจกแล้วถามอย่างที่คุณวินิจถามเช่นนั้นจริง ฉัน(ในที่นี่คือในหลวงรัชกาลที่ ๙)ก็ไม่รู้จะตอบกับเค้าเช่นไร แต่ถ้าบอกไปฉันคือในหลวงจริง มันเกิดโกลาหลคนที่ขับติดการจราจรตรงนั้นคนอื่นคงสงสัยว่า หนุ่มสาวสองคนนี้ทำไมลงมากราบใคร แถมเค้าป่าวประกาศไปว่า ในหลวงทรงขับรถอยู่ตรงนี้ คนขับรถตรงนั้นคงลงจากรถมากันหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมไฟจราจรต้องเข้าตรวจสอบว่ามันเกิดอะไรขึ้นตรงนั้น พอตำรวจจราจรรู้ว่าฉันติดการจราจรอยู่นี้ เค้าก็รายงานเข้าศูนย์จราจรกลาง ผลตามคงวุ่นวายน่าดู เจ้าหน้าที่ที่ต้องดูความปลอดภัยให้ฉันคงถูกตั้งกรรมการสอบสวนทั้งๆที่ฉันสั่งห้ามติดตามฉันไป เค้าจะถูกลงโทษเพราะเค้าทำตามคำสั่งฉัน โชคดีแล้วที่หนุ่มสาวสองคนในรถคันนั้นไม่มาเคาะกระจกรถของฉัน…

หากคนไทยที่เคยใช้เส้นทางจราจรไปมาระหว่างฝั่งกรุงเทพฯกับธนบุรีผ่านสะพานพระปิ่นเกล้าได้สะดวกสบายในปัจจุบัน ก็เกิดมาจากส่วนหนึ่งการแก้ไขปัญหาจราจรมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งพระองค์ท่านเคยขับรถยนต์ด้วยพระองค์เองมาติดการจราจรบริเวณถนนราชดำเนินตรงแยกคอกวัวหลายชั่วโมงดั่งเช่นประชาชนทั่วไปที่พบเจอเป็นประจำ ท่านจึงเข้าใจปัญหาของประชาชนได้ดีและสามารถแนะนำให้แก้ไขการจราจรที่ติดขัดเส้นทางไปมาจากฝั่งกรุงเทพฯไปฝั่งธนบุรีผ่านสะพานพระปิ่นเกล้าอย่างที่เราได้สัมผัสจนทุกวันนี้…

เกี่ยวกับ teerayaut

จงทำความดี เพื่อวันข้างหน้า..
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ประวัติศาสตร์ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s